ผมได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษผู้จัดการ ว่ากันว่าแกอยากจะพูดภาษาอังกฤษได้ ผมดูสภาพแล้ว ก็อ่านเกมได้ว่าชาติหน้าตอนบ่ายๆ แกอาจพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ อาจจะมาจากเหตุสองสถาน ประการแรก แกเป็นผู้จัดการที่ยังไม่รู้เลยว่าตำแหน่งผู้จัดการมีไว้ทำไม แกจะทำทุกเรื่อง ตั้งแต่ซื้อของเองไปถึงรายละเอียดต่างๆ เช่นการแต่งกายของลูกจ้าง ไปจนถึงเรื่องส่วนตัวของลูกจ้าง พูดง่ายๆ คือไม่เคยไว้ใจใครแม้กระทั่งรองกรรมการผู้จัดการ แกจะดูรายละเอียดเองทุกเรื่อง ภาษาของนักธุรกิจรุ่นใหม่ก็บอกว่า "บริหารไม่เป็น" นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแกไม่มีเวลาเลยเพราะบริหารแม้กระทั่งเวลายังไม่เป็นนั่นเอง
ประการที่สองแกไม่คุ้นกับโครงสร้างการบริหารของธุรกิจยุคใหม่ เพราะแกมีพื้นเพเดิมมาจากคนรับซื้อของเก่า ใครจะพูดอย่างไรแกก็ไม่ฟังเพราะแกรั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า "ของของกู กูจะทำอย่างไรก็ได้" คนอื่นคือลูกจ้าง
แกจ้างมืออาชีพคนหนึ่งมานั่งเป็นประธานกรรมการบริหาร แกเองพูดคุยกับผมด้วยถ้อยคำที่ดูถูกประธานตลอดว่าทำงานไม่เป็น เวลาเข้าประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ แกโจ้เองตลอด กรรมการนอื่นก็นั่งตาปริบๆ ไม่มีใครกล้าพูด เพราะแกตั้งกรรมการมามั่วๆ ผมเองยังเป็นกรรมการบริหารกะเขาด้วย ยังนึกงงๆ ว่าที่นี่อาจเป็นคณะกรรมการบริหารบริษัทที่ห่วยแตกที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้
หากแกไม่เปลี่ยนทัศนคติในการบริหารและการรับรู้จนนำไปสู่การโกอินเตอร์ อย่าว่าแต่เรียนภาษาอังกฤษเลย เรียนรู้อะไรก็คงยาก
Wednesday, May 9, 2007
Tuesday, May 8, 2007
ธาติแท้ของนายทุนไทย
เมื่อได้พูดคุยกับผู้จัดการซึ่งเป็นเจ้าของนานๆ เข้าก็พบว่า แกมีอุปนิสัยขี้โอ่ อยากดัง อยากรวยเร็วๆ ด้วยปูมหลังวัยเด็ก แกเล่าให้ฟังว่าแกจบการศึกษาม.ปลาย ก็เข้าสู่ธุรกิจการซื้อของเก่า แกมีทริกและแท้คติกมากมายที่ต้องการขี่ฝ่ายตรงข้ามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการกดราคาทุกครั้งที่ทำได้ แกเคยมีธุรกิจทำนองนี้มาก่อน แต่ก็ต้องขึ้นศาลเพราะถูกฟ้องร้องในจังหวัดอื่น จนกระทั่งต้องย้ายมาที่ใหม่ที่นี่ สิ่งหนึ่งที่แกเป็นก็คือ แกจะใช้ความกักขละ ขู่ลูกจ้าง เราเคยเห็นแกทุบตีลูกจ้างที่เป็นชาวต่างชาติครั้งหนึ่ง โดยแกเรียกมาเข้าแถวเหมือนนักโทษในตอนเช้าวันหนึ่ง เราเห็นแล้ว ก็สมเพชเพราะคนที่ขาดการศึกษาที่ดีในวัยเด็กนั้น อาจเปลี่ยนพฤติกรรรมไปในทางก้าวร้าวได้ อย่างเช่นรายนี้
วันเริ่มทำงาน
วันแรกที่ได้รับการติดต่อจากเจ้าของโรงงานให้เข้าไปทำงาน โดยเราไม่ได้เอารถไปด้วยเพราะเจ้าของบอกว่าทุกอย่างเราไม่ต้องออก มีที่พักให้ อาหารก็จะจัดการให้ เราเองซื้ออาหารเองไม่กี่มื้อ เราเองคิดว่าโรงงานจะจัดรถส่วนตัวให้เรา เพราะระดับเราเคยทำงานบริษัทใหญ่ๆ มาแล้วในกรุงทพฯ แม้จะไม่เคยทำงานในต่างจังหวัดมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อไปถึงโรงงานด้วยรถส่วนตัวของเจ้าของ(ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ) ก็พบว่าเราคงถูกแหกตาซะแล้ว เพราะที่พักของเรานั้นเป็นห้องแถวที่สร้างหยาบๆ ด้วยวัสดุราคาถูก ยังดีที่ยังมีแอร์ให้ (ทราบภายหลังว่าแอร์เหล่านี้ไปรับซื้อมาจากร้านขายของเก่านั่นเอง) แต่เสียงครางหึ่งๆ ตลอดทั้งคืนเพราะความชราของมันนั่นเอง
เรามาถึงตอนกลางดึก เราจำเป็นต้องพัก พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ตื่นขึ้นมาก็เดินมาที่ออฟฟิซ ซึ่งมีพนักงานอยู่สิบกว่าคน เราออกสำรวจตรวจตราดูด้วยรถมอร์เตอร์ไซค์ของโรงงานก็พบว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตพีวีซีจากวัสดุใช้แล้ว สภาพในโรงงานสกปรก วางของระเกะระกะไปทั่ว ฝุ่นควันคละคลุ้งทั่วโรงงาน ในโรงงานร้อนระอุ คนงานต่างทำงานกันเหงื่อโชค เราเห็นแล้วถอนหายใจ "กูถูกหลอกซะแล้ว"เรามาผิดที่แล้วหรือนี่
เรามาถึงตอนกลางดึก เราจำเป็นต้องพัก พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ตื่นขึ้นมาก็เดินมาที่ออฟฟิซ ซึ่งมีพนักงานอยู่สิบกว่าคน เราออกสำรวจตรวจตราดูด้วยรถมอร์เตอร์ไซค์ของโรงงานก็พบว่า โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานผลิตพีวีซีจากวัสดุใช้แล้ว สภาพในโรงงานสกปรก วางของระเกะระกะไปทั่ว ฝุ่นควันคละคลุ้งทั่วโรงงาน ในโรงงานร้อนระอุ คนงานต่างทำงานกันเหงื่อโชค เราเห็นแล้วถอนหายใจ "กูถูกหลอกซะแล้ว"เรามาผิดที่แล้วหรือนี่
เริ่มได้รับการติดต่อ
มีเพื่อน(ของเพื่อน) คนหนึ่งมาทาบทามให้ไปเป็นที่ปรึกษาในบริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี ตอนนั้นเราทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และหลังจากเราได้คุยกับเจ้าของโรงงาน เราก็ตกลงรับงานด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกเพราะโรงงานแห่งนี้อยู่ใกล้บ้านเรา ประกอบกับเราอยากออกไปทำงานข้างนอกที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ เราตกลงค่าจ้างในราคาไม่สูงมากนัก แต่เราก็โอเคเพราะลูกๆเรียนจบกันหมดแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งเพราะเจ้าของดูท่าทางพูดง่ายในตอนแรกที่เจอกัน แต่นิสัยของแกค่อนข้างขี้โม้ ซึ่งเราไม่ว่ากันอยู่แล้ว สังเกตจากลักษณะภายนอกก็เดาตามหลักจิตวิทยาพื้นฐานว่าในวัยเด็กของแกคงมีปัญหาครอบครัวเพราะแกจะขี้โอ่ พูดคุยดูจะเว่อๆ เพื่อต้องการลบปมด้อยในวัยเด็ก ประกอบกับปูมหลังทางการศึกษาของแกน้อย แต่ต้องการที่ปรึกษาที่มีความรู้สูงไปประดับบารมีด้วยเหตุผลตื้นๆ ของแกว่า "จ้างนักวิชาการมาเดินเกะกะ"ในโรงงานเพื่อความเท่ห์ของแก
Subscribe to:
Posts (Atom)